Monday, 21 October 2013

Getting employed one more job

วันนี้ไปคุยกับเจ้าของร้านที่ติดต่อมาว่าจะให้ไปทำงานร้านเค้า
เป็นร้านเดียวกับที่เคยไปสมัครไว้เมื่อชาติที่แล้ว (ปิดเทอม ก.ค.)
แต่เอาเถอะ ได้งานก็เลยดีใจมากๆ
เริ่มงานเดือนหน้า
ให้ทำงานกลางวัน 12-14 น. จันทร์-ศุกร์
ตอนเย็นให้ทำ 18-21 น. จันทร์-เสาร์ (ยกเว้นวันศุกร์ เพราะติดทำอีกร้านนึง)
คิดว่าน่าจะฟังเวลาเลิกงานกะเย็นผิด นน่าจะเป็น 22/23 น.มากกว่า
แต่ไม่เป็นไร ถ้ารวมกันได้วันละร้อยก็โอเค

จะว่าไป นี่ถ้าหางานคลีนตอนกลางคืนทำด้วยนี่คง perfect น่าดู
เเพราะฟังพี่ป้อมที่ทำงานร้านเดียวกัน เล่าให้ฟังว่าวันนึงทำแค่๕ ชั่วโมง แต่ได้ค่าจ้าง ๗ ชั่วโมงแน่ะ แถมได้วันนึงก็เป็นร้อย รู้สึกจะชั่วโมงละ ๒๐  เหรียญแน่ะ

ตื่นเต้นจุงเบย
จากที่ตอนแรกว่าจะหางานทำตามซุปเปอร์มาร์เก็ต คงไม่ต้องแล้วมั้ง (หรือทำตอนที่ว่างเสาร์อาทิตย์เพิ่มดี)
เผื่อได้ค่าตั๋วเครื่องบินกลับบ้าน อิอิ

ส่วนเรื่องเรียนนี่ก็ใกล้ปิดเทอมแล้ว
เหลืองาน ๒ ชิ้นของวิชา The Evolution of the International System 
ส่งจันทร์ที่ 29 ชิ้นนึง แล้วก็อีกทีนึงประมาณ 20 พ.ย. แต่ต้องรีบปั่นหลังสอบเสร็จแหล่ะ
สอบเทอมนี้ติดกัน ๒ วันเลย เซ็ง วันศุกร์ที่ ๘ กับ เสาร์ที่ ๙ พ.ย. ติดกันก็ตายไปเลย 
แต่ยังดีที่อาจารย์ Richard Carney จะให้โจทย์มา ๔ ข้อ ไปหาคำตอบล่วงหน้า พอทำจริงก็จะเจอข้อสอบที่สุ่มมา
ท่าทางจะต้องเก็งข้อที่ยากที่สุดละ
ตอนสอบมิดเทอมวิชา Contemporary Issues in IPE ได้ 75% ส่วน IPE ได้แค่ 60% เอง
ช่วงสอบไฟนอลคงต้องฟิตหนักเลยหล่ะ 
เริ่มจากแกะเลกเชอร์ให้หมด หลังส่งงานสัปดาห์หน้า 
แล้วก็เตรียมตอบคำถามที่อาจารย์ให้ร่วมหน้ามา

ที่ตื่นเต้นอีกอย่างนึง คือ อาจารย์จะให้เสนอรายงานหน้าชั้นเรียน 
เพราะอาจารย์ไม่มีอะไรจะสอนแล้ว 
และอาจารย์ก็จะเสนอผลงานตัวเองก่อนไปเสนอในเวทีประชุมที่สหรัฐฯด้วย

๒๒ ต.ค. ๒๕๕๖
วันโดดเรียน EIS เพราะ Paul Keal เข้าแทน Jacinta O'Hagon ที่ตอนนนี้อยู่อินโดนีเซีย 
แถมเรียนเรื่องรัสเซียด้วย เดี๋ยวกลับมาฟังเลกเชอร์ย้อนหลังละกัน ปั่นงานก่อนดีก่า

Wednesday, 16 October 2013

ทบทวนความฝันวันที่อยู่นอกบ้าน



ระหว่างอยู่ที่ออสเตรเลีย ต้องยอมรับว่า การที่ลาออกมาเพื่อเรียนปริญญาโท ซึ่งเรียนแค่สัปดาห์ละ ๖ ชั่วโมง ทำให้มีเวลาว่างทำนู่นทำนี่ คิดนู่นคิดนี่ ดูนู่นดูนี่ ทำให้หลายอย่างผุดขึ้นมาในหัวและเป็นสิ่งที่อยากทำ

๑. อยากเรียนทำอาหาร/ขนม/กาแฟ (บาริสต้า)
๒. อยากเปิดร้านหนังสือ
๓. อยากเปิดโรงเรียนสอนหนังสือ ทำนองที่ใครหลายคนเรียกว่า กวดวิชา แต่เราอยากให้มันเป็นอะไรที่ดีกว่าการทำให้เด็กได้เกรดดีขึ้น คือ ทำให้เด็กคิดเป็น แล้วก็ได้อะไรที่โรงเรียน รวมทั้งกวดวิชาสถานทั้งหลายไม่ให้
๔. อยากลดความอ้วน และปั้นหุ่นให้ดีแบบแก้ผ้าแล้วไม่อายชาวบ้าน
๕. อยากอ่านหนังสือที่ซื้อมา (เก็บ) ให้ครบทุกเล่ม
๖. อยากลองเขียนหนังสือ ไม่ว่าจะเป็นบทความ สารคดี คอลัมน์ หรือนิยาย (ลาก่อนงานวิชาการ)
๗. ถ้ามีเงินและมีเวลาอีกครั้ง อยากเรียนปริญญาโทเศรษฐศาสตร์การเมือง เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ศึกษาา ยุโรปศึกษา ที่จุฬาฯ สตรีศึกษา และ MBA ที่ธรรมศาสตร์  เรียนป.ตรีรามให้จบ แล้วก็อยากต่อกฎหมาย สาขาวิชาที่ไม่ชอบที่สุด อยากรู้ว่าจะผ่านมันไปได้รึเปล่า

๘. อยากไปเที่ยวอังกฤษ เยอรมนี ฝรั่งเศส ญี่ปุ่น และเพื่อนบ้านอาเซียน

๙.ความฝันมีเยอะ แต่จะเริ่มทำได้ก็ต่อเมื่อทำปัจจุบันให้เสร็จสิ้น ลุล่วงไป เพราะฉะนั้นต้องเร่งทำให้เทอมนี้จบลงอย่างโอเคให้ได้ อาจจะไม่ได้เรียนต่อเทอมที่ ๓ (ทำวิทยานิพนธ์) แต่ก็ไม่ได้แคร์ (แต่คนอื่น โดยเฉพาะคนจ่ายค่าเทอม ๒ เทอมแรกอาจจะแคร์)

คนเราอยู่ได้ด้วยความหวัง